25.10.08

ม หั ศ จ ร ร ย์ Unseen กุหลาบขาวดอยเชียงดาว

ม หั ศ จ ร ร ย์ Unseen กุหลาบขาวดอยเชียงดาว

กุหลาบขาวจากหิมาลัย ดอกไม้งามบนภูสูง กลีบสีขาวอมชมพูบอบบาง ล้อเล่นลมอยู่บนยอดเขาหินปูน สูงตระหง่านถึง 2,100 เมตร จากระดับน้ำทะเล ถิ่นกำเนิด คือ บนเทือกเขาหิมาลัยอัน ไกลโพ้น ใครจะเชื่อว่า เธอเติบโต เบ่งบาน และอวดโฉมได้บนดอยไทย ดอยเชียงดาว ด้วยความสูง 2,100 เมตร จากระดับน้ำทะเล และครองความสูงเป็นอันดับ 3 ของภูเขาในประเทศไทย

ดอยเชียงดาวจึงกลายเป็นผาตระหง่านที่ท้าทายวิญญาณ นักผจญภัยรุ่นแล้วรุ่นเล่าให้บุกบั่นขึ้นไปสัมผัสแม้เพียงสักครั้งในชีวิต โดยเฉพาะ ในช่วงฤดูหนาวที่อาจพบทะเลหมอกอันงดงามได้ในทุกเช้าตรู่ และเฝ้าคอยยลภาพ ตะวันตกดินลับเหลี่ยมเขาดอยสามพี่น้องในยามเย็น เชียงดาวแห่งจังหวัดเชียงใหม่ ยังยิ่งใหญ่ในฐานะภูเขาหินปูนลูกเดี่ยวที่สูงที่สุดของไทย มีอากาศหนาวเย็น จึงก่อให้เกิดอาณาจักรพรรณไม้กึ่งอัลไพน์แสนมหัศจรรย์แหล่งท่องเทียวใกล้เคียง ถ้ำเชียงดาว ดอยอ่างขาง กิจกรรมที่น่าสนใจ ล่องแพแม่ตะมาน หรือขี่ช้างที่ปางช้างแม่ตะมาน

วันเวลาที่แนะนำ ช่วงที่ดีที่สุดในการเที่ยวชมพันธ์ไม้บนดอยเชียงดาวคือหลังฤดูฝน ราวเดือนตุลาคมเป็นต้นไป จนถึงฤดูร้อน ระหว่างเดือนมีนาคม – เมษายน คือวันเวลาที่กุหลาบขาวเชียงดาวออกดอกสะพรั่ง

การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 เชียงใหม่-ฝาง ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 71-72 แยกซ้ายที่บ้านแม่นะ สู่หน่วยพิทักษ์ป่าเด่นหญ้าขัด จากนั้นต้องเดินเท้าอีก 5-7 ชั่วโมง ขึ้นสู่ดอยเชียงดาว เหมาะสำหรับผู้รักการผจญภัยโดยเฉพาะ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อที่ ททท. ภาคเหนือ เขต 1 โทร. 0-5324-8604, 0-5324-8607

24.10.08

การเตรียมดินและการปลูก

การเตรียมดินและการปลูก

ถึงแม้กุหลาบจะปลูกได้ในดินเกือบทุกชนิด แต่ดินที่ต่างกันก็ย่อมทำให้ การเจริญเติบโตดีเลวต่างกันออกไป ดังนั้นก่อนปลูกควรเตรียมดินดังนี้

ในภาคกลางซึ่งมีสภาพดินค่อนข้างเหนียว และค่อนข้างเป็นกรดจัด ระดับ น้ำใต้ดินสูง เกษตรกรผู้ปลูกกุหลาบจะนิยมปลูกแบบร่องสวน ซึ่งมีคูน้ำคั่นกลาง โดยเริ่มเตรียมดินในฤดูแล้ง คือจะต้องฟันดินและตากดินให้แห้ง เพื่อกำจัดวัชพืช ก่อน ในขณะที่ตากดินนี้อาจโรยปูนขาวลงไปด้วยก็ได้ เมื่อดินแห้งดีแล้วจึงกลับ หน้าดิน และชักดินในแต่ละแปลงให้มีขอบสูง ตรงกลางเป็นแอ่งเล็กน้อย ขนาด ของแปลงกว้างและยาวตามพื้นที่เดิมที่เคยปลูกผักมาแล้ว การวางระยะห่างของ ต้นที่จะปลูกอาจใช้ระยะ 50 x 50 เซนติเมตร จำนวนแถวในแต่ละแปลงไม่ควร เกิน 3 แถว เพื่อความสะดวกในการตัดดอกและตัดแต่งกิ่งตรงแถวกลาง

สำหรับในภาคอื่นที่มีสภาพดินค่อนข้างร่วนหรือดินร่วนปนทราย อาจ ปลูกแบบเจาะหลุมปลูกหรือแยกแปลงปลูกก็ได้โดยวัดขนาดแปลงปลูกกว้าง 1 .20 เมตร เว้นทางเดิน 1 เมตร ความยาวของแปลงปลูกตามขนาดของพื้นที่ และใช้ ระยะปลูก 60 x60 เซนติเมตร ซึ่งจะได้จำนวนต้นประมาณ 2,000 ต้นต่อไร่ (หรือ ทำแปลงปลูกกว้าง 1เมตร เว้นทางเดิน 1 เมตร และใช้ระยะปลูก 50 x 50 เซนติเมตร สำหรับพันธุ์กุหลาบที่ขนาดของทรงพุ่มไม่แผ่กว้างมากนัก) ก่อนปลูกควรหว่าน ปูนขาวและไถพรวนตากดินไว้ให้แห้ง

กุหลาบสามารถปลูกได้ทั้งในดินที่เป็นกรดหรือด่าง แต่เจริญได้ดีในดิน ที่ค่อนข้างเป็นกรดเล็กน้อย คือมี pH ประมาณ 4.5-6.5 ถ้าดินเป็นกรดมากให้เติม ปูนขาว 60-100 กิโลกรัมต่อ 100 ตารางวา แต่ถ้าดินเป็นด่างก็ใส่กำมะถันผง 20-50 กิโลกรัมต่อ 100 ตารางวา เมื่อเตรียมแปลงปลูกเรียบร้อยแล้ว ให้ขุดหลุม ปลูกกว้างและลึก 30 x 30 เซนติเมตร (ถ้าเตรียมหลุมปลูกกว้างและลึกกว่านี้ จะ เป็นการดียิ่งขึ้น) จากนั้นก็จะใส่ปุ๋ยคอก เช่น ขี้เป็ด ขี้ไก่ ขี้วัว ฯลฯ ประมาณหลุมละ 1 บุ้งกี๋ ใส่ปุ๋ยซุปเปอร์ฟอสเฟต หรือกระดูกป่นเป็นปุ๋ยรองก้นหลุม ๆ ละ 1 กำมือ คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วจึงนำกิ่งพันธุ์กุหลาบซึ่งอาจจะเป็นกิ่งตอนหรือต้นติดตา ลงไปปลูก กลบดินที่โคนต้นให้กระชับและรดน้ำให้ชุ่ม
กิ่งพันธุ์ที่นิยมนำมาปลูกเพื่อตัดดอกเป็นการค้าในปัจจุบัน ได้แก่ กิ่งตัดชำ และกิ่งตอนจะมีเกษตรกรบางรายที่ปลูกโดยใช้ต้นติดตา แต่มีน้อยราย

ที่มา : pt.ac.th

23.10.08

การให้น้ำกุหลาบ

การให้น้ำกุหลาบ

กุหลาบเป็นพืชที่ต้องการความชื้นสูง ปริมาณน้ำที่รดลงไปในดินปลูกควร กะให้น้ำซึมได้ลึกประมาณ 16-18 นิ้วและอาจเว้นระยะการรดน้ำได้คือ ไม่จำเป็น ต้องรดน้ำทุกวัน (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพดินปลูก) มีข้อควรจำอย่างยิ่งในการรดน้ำ กุหลาบคือ อย่ารดน้ำให้โดนใบเนื่องจากโรคบางโรคที่อยู่ตามใบหรือกิ่งจะแพร่ระบาด กระจายไปได้โดยง่าย การให้น้ำก็ไม่ควรให้น้ำกระแทกดินปลูกแรงๆ เพราะเม็ดดิน จะกระเด็นขึ้นไปจับใบกุหลาบ ทำให้เชื้อโรคบางชนิดที่อาศัยอยู่ในดินระบาดกลับ ขึ้นไปที่ต้นโดยง่ายและถ้าจำเป็นจะต้องรดน้ำให้เปียก

ที่มา : pt.ac.th